วันพฤหัสบดีที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

verawatkanok's Blog on Flixya

verawatkanok's Blog on Flixya

verawatkanok's Blog on Flixya

verawatkanok's Blog on Flixya

วันอังคารที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

คอมมูนิสต์คอมมูหน่อยในเมืองไทยฉบับพ.ศ.2553 โดยวีรวัฒน์ กนกนุเคราะห์

อันที่จริง เมืองไทยของเรานั้นนับว่าสุขสงบด้วยดี สบายพอประมาณ ถึงจะมีเรื่องเก่งแย่งชิงดีกันบ้างก็เป็นธรรมดาโลก
แต่เมื่อไม่กี่ปีมานี้เมืองไทยเราแตกแยกหนัก เนื่องเพราะมีบุคคลพยายามจะทำลายประเทศในทุกทาง ด้วยตัวเองไม่ได้ดั่งใจ เป็นผู้ใหญ่เฮงซวย ไร้ซึ่งโลกธรรมแปดโดยสิ้นเชิง ก็เลยวางแผนขึ้นมาใหญ่โต โดยเอาประเทศและพลเมืองไทยเป็นตัวประกัน
ลองนึกกันให้ดี การลากเขตแดนเป็นประเทศเป็นเมืองหรือเป็นรัฐอิสระ นั้นแท้จริงแล้วก็คือการประกาศอัตตาในตัวตนนั่นแล ซึ่งตถาคตไม่เคยให้กระทำดังนั้นเพราะเป็นทุกข์
ยิ่งไปกว่านั้นก็เริ่มหันมาเอาสีแดงเป็นสัญลักษณ์ โดยโมเมว่าตนเองนั้นเกิดวันอาทิตย์สีแดง แต่จริงแล้วคงคิดอะไรเตลิดไปยิ่งกว่านั้นอีก
คนส่วนใหญ่ในชีวิตประจำวัน ไม่ใคร่คิดกันถึงเรื่องอัตตานัก ทั้งที่มนุสส์เรานั้น ถือความเป็นตัวตนมีอัตตาตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาเลยทีเดียว
ด้วยเหตุนี้ มนุษย์เราจึงทุกข์ทรมานกันนับแต่เกิดจนตาย อีพวกชอบอ้างว่านี่บ้านกู บริษัทของเราโรงเรียนของฉัน มหาวิทยาลัยของข้า อีพวกนี้แหละทุกข์ที่สุดในโลก แต่มักขอบอ้างเสมอมาว่า กูไม่ทุกข์กูไม่มีอัตตา โอย อีตอแหลกันทั้งเพ
คนบรรลุแล้วจริงๆเขาไม่อวดอ้างสรรพคุณกันหรอก พวกยังเป็นมนุษย์ขี้เหม็นเท่านั้นแหละถึงจะยังคงเต็มไปด้วยกิเลส
พอจำนวนคนไทยเพิ่มมาถึง70ล้านคนนี่แล้ว การแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นแย่งนำ้อาหารที่อยู่อาศัยโรงเรียนก็
จึงทวีความรุนแรงมากขึ้น แล้วพอมีคนมาปลุกระดมยุยง มันก็เลยยิ่งมากกันขึ้นไปอีก จนเดี๋ยวนี่้ในเมืองไทยมันก็เลยแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่ายมากมาย น่าเบื่อ ไปไหนมาไหนต้องระแวดระวัง เพราะกลัวว่าไม่ปลอดภัย กลัวแดงเทียมเขาจะมาทำร้าย เป็นอันว่าเดี๋ยวนี้สีแดงที่เคยเป็นสีของวันตรุษจีนหรือคริสต์มาสก็เลยกลายไปเป็นสิ่งน่ารังเกียจไปโดยปริยาย  ก็เพราะไอ้เจ้าของคนเกิดวันอาทิตย์ที่อยู่ต่างแดนนั่นแหละ
หากลองย้อนไปเมื่อ20 ปีมาแล้วนั้น เมืองไทยทั้งประเทศถูกโอบล้อมไว้ด้วยสีแดง อันเป็นสีของลัทธิคอมมูนิสต์ที่ต้องการปรับระบอบการปกครองของไทยให้เป็นเผด็จการแบบจีนและสหภาพโซเวียต ที่เชิดชูว่าผู้ใช้แรงงานต่างหากคือเจ้าของประเทศอันแท้จริง
แต่แล้วด้วยความศักดิ์สิทธิ์แห่งพระสยามเทวาธิราชและบุญญาบารมีของกษัตริยาธิราชเจ้าของไทย ไทยเราก็ค่อยคลายความแดงลง จนคอมมูนิสต์เองถูกทุนนิยมกลืนหายไปในที่สุด
แต่แล้วอีพวกแดงหัวควยก็กลับมาใหม่ ในรูปแบบที่ทุนนิยมจ๋า แต่อ้างว่าตัวเองเป็นไพร่ เป็นสีของคนไม่มีสตางค์ แต่ต้องการล้มล้างระบอบประชาธิปไตย และเชิดชูการปกครองแบบสภาPresidiumซึ่งหมายความว่าต้องการกวาดล้างระบอบกษัตรย์ เจ้าขุนมูลนายและศักดินาสามิภักดิ์ให้หมดไปจากเมืองไทยนั่นเอง
เหตุการณ์วันที่19 พฤษภาคม2553ที่ผ่านมาคงแสดงชัดให้ทุกคนเห็นถึงความรุนแรงที่รออยู่ นั่นเป็นเพียงยกแรก และจะตามมาอีกในระลอกต่อไป
คนทึี่บอกว่าจบแล้ว สงบแล้ว ต้องสมานฉันท์ ถ้าเป็นเพื่อนกันคงต้องหันไปบอกว่า  พอเถอะอีสัตว์  อย่าตอแหลกันอีกต่อไปเลย ยิ่งประชากรของไทยเยอะแบบนี้แล้ว จะห้ามมิให้แตกแยกคงทำได้ยาก เพียงแต่อาจ
ทำให้ชะลอตัวคงพอทำได้ และต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างสูง
ตอนนี้ สีแดงเลยเป็นสีแห่งความน่าเกลียดน่ากลัว ขนาดเสื้อยังไม่กล้าไม่อยากใส่สีแดงเลยด้วยซ้ำเพราะขี้เกียจคอยระแวง
เรื่องของคอมมูนิสต์และสีแดงในเมืองไทยยังไม่จบแค่นี้ มีอีกเยอะ และจะเล่าให้ฟังถึงรายละเอียดและเบื้องหลังการถ่ายทำอันน่าระทึกในลำดับต่อไป คอยอ่านได้ที่นี่เร็วๆนี้
ซึี่งเหตุการณ์เหล่านี้พระพุทธองค์ทรงทำนายไว้ว่าจะเกำิดในดินแดนสุวรรณภูมินี้เข้าสักวัน

ส่วนอีพวกแดงทั้งหลาย ถ้าจะยกมากรุงเทพอีก ก็รีบเข้ามา งวดนี้คนที่ตั้งรับเขามีไม่เด็ดรออยู่เยอะ

แต่ทางที่ดีควรไปกอด ค  ว  ยของแดงตัวพ่อที่มอนเทอเกโรโน่นจะดีกว่า

ก่อนที่ลูกๆของพ่อในบ้านนี้จะควัก ค  วยออกมา  เยสตูดจนพวกมรึงวิ่งกานกลับบ้านนอกไม่ทัน
งวดนี้ไม่แถมเงินให้สองร้อยเหมือนงวดก่อนนนะเฟ้ย ขอบอก

จากกูเอง หัวหน้าHard coreวยตัวจริง

ลิขสิทธิ์ของวีรวัฒน์ กนกนุเคราะห์  บันทึกเมื่อ 7.12น. 28 กค 2553