ผลิตภัณฑ์เขียว (1)
ในแง่ของการใช้ชุดเครื่องแก้ว ก็มีส่วนทำให้สภาพแวดล้อมเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ เพราะประชากรโลกส่วนใหญ่ เมื่อมีแก้วแตกสักใบก็เอาไปทิ้ง จะมีสักกี่คนที่คำนึงถึงผลเสียที่เกิดขึ้นเนื่องจากการทิ้งขว้างข้าวของเครื่องใช้อย่างเปล่า ๆ ปลี้ ๆ ถ้ามองให้ลึกลงไปจะเห็นว่าเศษแก้วที่แตกเสียหายนั้น สามารถนำมาหลอมรวมขึ้นใหม่ได้ ซึ่งกรณีอย่างนี้จะทำให้สิ้นเปลื้องค่าใช้จ่ายน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด จากความคิดนี้เองก็ทำให้มีการผลิตเครื่องแก้วที่ทำขวดโซดาที่ใช้แล้ว จากการวิจัยพบว่า สามารถประหยัดพลังงานในการผลิตได้มากถึง 1 ส่วน 3 ของพลังงานที่ใช้แต่เดิม รวมทั้งยังลดปริมาณการใช้น้ำสำหรับผลิตแก้วลงไปถึงครึ่งหนึ่งทีเดียว
แม้แต่เครื่องกรองกาแฟ ถ้าลองมองให้ลึกลงไป จะเห็นว่าก็ยังมีส่วนทำให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อม… เนื่องจากในเครื่องกาแฟนั้นจะประกอบไปด้วยกระดาษกรองกาแฟที่ต้องผ่านขั้นตอนการฟอกขาวเสียก่อน ซึ่งในการฟอกขาวนั้นก็จำเป็นต้องใช้สารเคมีอันได้แก่ คลอรีนไฮโดรเจนเพอร์ออกไซด์ ถ้ากำจัดสารดังกล่าวด้วยวิธีทางชีวภาพไม่หมดก็จะส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม กระดาษกรองกาแฟของนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จึงเป็นผลิตภัณฑ์สีเขียวชนิดใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุดอยู่ในขณะนี้ เนื่องจากกระดาษกรองกาแฟแบบใหม่ดังกล่าว ไม่ผ่านกระบวนการฟอกขาว ทำให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด
คราวนี้ลองมามองผลิตภัณฑ์เขียวที่ใช้กับร่างกายมนุษย์โดยตรงบ้าง โลชั่นกันแดดที่ใช้กันอยู่ก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่คนส่วนใหญ่ขาดไม่ได้ ถ้าไปพักผ่อนตากอากาศอาจจะเข้าร่วมกิจกรรมการอาบแดด หรือใช้ขโลมร่างการก่อนลงว่ายน้ำ โลชั่นแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีชีวภาพเข้าช่วยจริง ๆ ก็คือ โลชั่นกันแดดที่ทำจากน้ำมันมะพร้าว จากระบวนการผลิตทั้งหมด พบว่ามีส่วนประกอบที่เป็นธรรมชาติร่วมอยู่ถึง 98% นอกนั้นมีสารเคมีสังเคราะห์เป็นส่วนผสมซึ่งนับว่ามีปริมาณน้อยมาก โดยโลชั่นชนิดนี้สามารถกันแดดให้ผู้ใช้ได้ถึงระดับ 4 เหมาะสำหรับคนที่มีผิวเข้ม ถึงผิวคล้ำ ที่สำคัญคือ มีวิตามินบำรุงผิวร่วมอยู่ด้วย
ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น เป็นตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นว่า นับแต่นี้ไปโลกของสิ่งแวดล้อมที่เราต้องร่วมมือกันอนุรักษ์นั้น ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ อีกต่อไปแล้ว เป็นเรื่องใหญ่มากเลยทีเดียว สำหรับประชากรโลกทุกคนที่ต้องร่วมมือรักษา… ไม่ใช่เพื่อให้ดีขึ้น (เพราะเป็นไปได้ยาก) แต่ต้องทำให้สภาพแวดล้อมบนโลกที่เป็นอยู่ไม่เลวร้ายมากไปกว่านี้ ไม่อย่างนั้นผลกระทบของสภาพแวดล้อมจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เราทุกคนต้องร่วมมือกันป้องกันมิให้สภาพแวดล้อมที่เป็นอยู่ไม่เลวร้ายไปกว่านี้
ตัวอย่างผลิตภัณฑ์อีกชนิดหนึ่งที่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสภาพแวดล้อมอย่างใหญ่หลวงก็คือถุง
ในการดำรงชีวิตประจำวันของคนเรานั้น ขาดไม่ได้เลยที่จะต้องใช้ถุง ไม่ว่าใครก็ตาม ไม่ว่าทำงานอะไรก็ตาม ล้วนแล้วแต่ต้องเกี่ยวกับถุงทั้งสิ้น วัสดุที่นิยมใช้ทำถุงนั้น ส่วนใหญ่ไม่สามารถย่อยสลายได้ หรือถ้าย่อยสลายได้ก็ยาก ไม่ยากก็ช้ามาก… เป็นขยะที่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้เลยทีเดียว
ที่นี้เราจะทำอย่างไรจึงจะทำให้ถุงกลายเป็นผลิตภัณฑ์สีเขียวที่ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสภาพแวดล้อม
นักวิทยาศาสตร์ที่ทำงานเกี่ยวกับวัสดุศาสตร์ต่างพากันสรรหาวัสดุที่เหมาะสมสำหรับการย่อยสลายในสภาพธรรมชาติ ในเวลาอันรวดเร็วและเหมาะสม ในปัจจุบันได้มีการผลิตถุงพลาสติกที่ทำจากโพลีเอธิลีนขึ้นมาได้แล้ว จากความสำเร็จในส่วนนี้เองที่ทำให้เราได้ถุงพลาสติกที่เหมาะสำหรับการใช้และไม่ทำลายสภาพแวดล้อมมากนัก คือ โพลีเอธิลีน เป็นสารเคมีที่มีราคาไม่แพงมากนัก และสามารถย่อยสลายได้อย่างรวดเร็ว โดยการนำเอามาหลอมใช้ใหม่ ไม่ต้องรอการย่อยสลายตามสภาพธรรมชาติ หรือโดยขบวนการย่อยสลายของจุลินทรีย์
ความจริงการใช้ถุงที่นับว่าเป็นธรรมชาติและประหยัดที่สุดนั้นก็คือการใช้ถุงกระดาษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าชุมนุมที่มีการใช้ถุงกระดาษนั้นอยู่ใกล้แหล่งน้ำ… เพราะถุงกระดาษที่อยู่ใกล้แหล่งน้ำ จะถูกย่อยสลายได้ง่ายภายในเวลาอันรวดเร็วไม่ก่อให้เกิดมลภาวะต่อสภาพแวดล้อมและที่สำคัญคือมีราคาถูก จะแย่หน่อยก็ตรงทีถุงกระดาษไม่แข็งแรงพอ ถ้าใส่ของหนักมาก ๆ อาจจะขาดระหว่างทางได้
ในความก้าวหน้าของสิ่งพิมพ์หรือเทคโนโลยีในการผลิตกระดาษนั้น ได้ก้าวหน้าไปถึงขั้นที่สามารถสร้างถุงขยะขึ้นมาในรูปแบบน่าใช้โดยการผลิตจากกระดาษที่ใช้แล้ว นับว่าเป็นการนำของที่ทิ้งแล้วมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนใหญ่ถุงประเภทนี้ได้ถูกนำไปใช้งานเกี่ยวกับการบรรจุขยะประเภทที่เป็นสิ่งย่อยสลายตามธรรมชาติ เช่น ใบไม้ ใบหญ้า หรือขยะแห้งทั้งหลายแหล่ เพราะเมื่อนำไปฝังดินหรือทำลายแล้ว ทั้งภาชนะที่ห่อหุ้มและสิ่งที่ถูกห่อหุ้มก็จะสลายไปในที่สุด
บางคนอาจคิดไม่ถึงว่า ใยคอตตอนที่เรานิยมมาผลิตเป็นผ้าหรือเสื้อผ้านั้น ยังมีประโยชน์สำหรับการผลิตเป็นถุงอีกด้วย โดยใยคอตตอนดังกล่าวได้ถูกนำมาผลิตเป็นถุงตาข่ายที่มีรูปลักษณ์สวยงามเหมาะสำหรับการใช้งาน สามารถพกติดตัวไปช้อปปิ้งหรือจ่ายกับข้าว โดยไม่ต้องพึ่งพาถุงพลาสติกจากร้านค้าเลย ขนาดของถุงตาข่ายใยคอตตอนนี้สามารถยืดหยุ่นได้ตามปริมาณของสินค้าที่ใส่ลงไปอีกด้วย
ถุงก๊อบแก๊บ หรือถุงดำชนิดที่ใช้สำหรับใส่ขยะนั้น แม้ว่าจะไม่สามารถถูกย่อยสลายได้ด้วยขบวนการทางชีวภาพ แต่ก็ผลิตจากพลาสติกที่ใช้แล้วในปริมาณร้อยละ 75-80 โดยนำมาหลอมรวมกับเม็ดพลาสติกใหม่อีกประมาณ 20-25% ในแง่ของการใช้และคุณค่าทางเศรษฐกิจนั้น นับว่าให้ผลดีเกือบร้อยเปอร์เซนต์ เนื่องจากสามารถนำกลับมาหมุนเวียนหลอมกลับได้อีก พื้นที่ในการบรรจุสิ่งของของถุงประเภทนี้ก็มีมากกว่ากระดาษ ถ้ามองในแง่ของการกันน้ำแล้ว ถุงประเภทนี้กันน้ำได้ดีกว่าพลาสติกทั่วไปมากทีเดียว
ความละเอียดอ่อนของถุงยุคใหม่มีความสำคัญต่อสภาพแวดล้อมมาก แม้แต่หูหิ้วก็ยังทำด้วยวัสดุที่สามารถย่อยสลายได้ง่ายดายภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น