วันเสาร์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เรดาห์ไฮเทค

เรดาห์ไฮเทค




จากเหตุการณ์ตึกถล่มที่เกิดขึ้น ทำให้เกิดอุทาหรณ์เตือนใจเรื่องหนึ่ง คือเรื่องการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบอุบัติเหตุอย่างปัจจุบันทันด่วน ซึ่งแทบจะไม่มีการใช้เทคโนโลยีหรือวิทยาการสมัยใหม่เข้าช่วยเหลือเลยแม้แต่น้อย กลับอาศัยวิธีการอย่างธรรมดาเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยแทนที่คนตายหรือบาดเจ็บจะมีจำนวนน้อยกว่าที่เป็นอยู่ กลับมีคนตายและคนบาดเจ็บเพิ่มจำนวนมากขึ้นอย่างไม่น่าเป็น

ในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากมีเหตุการณ์แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด และตึกถล่ม เกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก แต่ละครั้งนำความเสียหายมาสู่ชีวิตมนุษย์และทรัพย์สินจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่มักเกิดจากภัยธรรมชาติมากกว่าเกิดจากความประมาทหรือความเผอเรอของมนุษย์ด้วยกันเอง



การเกิดภัยธรรมชาติบ่อย ๆ ในประเทศญี่ปุ่น ได้ฝึกฝนให้คนญี่ปุ่นรู้จักหลบหลีกภัยธรรมชาติเหล่านั้นด้วยวิธีอันชาญฉลาด แทนที่จะสร้างบ้านด้วยอิฐ หินหรือปูนที่แข็งแรง กลับใช้ไม้อย่างเบาและกระดาษเป็นองค์ประกอบของบ้านแทนเพราะต่างรู้ดีว่า ไม้หรือกระดาษพวกนั้นถ้าเกิดพังยับเยินเนื่องจากตึกถล่ม แผ่นดินไหว ก็มิได้ทำให้ถึงกับต้องเสียชีวิต หรือบาดเจ็บอย่างแรง

แต่ด้วยความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกิจในญี่ปุ่น ทำให้มีการสร้างตึกระฟ้าจำนวนมาก ต่างผุดโผล่เกิดขึ้นแออัดยัดเยียดอยู่เต็มเมืองใหญ่ทั่วทุกหัวระแหงแน่นอนการหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุย่อมเป็นไปได้ยาก แต่เทคโนโลยีสมัยใหม่ก็ช่วยให้มีจำนวนผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บน้อยที่สุด

หลักการสำคัญของการช่วยเหลือผู้ติดอยู่ใต้ซากตึกถล่ม หรือภูเขาถล่มก็คือการหาตำแหน่งของผู้เคราะห์ร้ายให้เจอเสียก่อนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นจึงจะตามมาได้

เรดาห์กลายเป็นเครื่องมือสมัยใหม่ที่เข้ามามีบทบาทในการควานหาร่างของผู้เคราะห์ร้าย ซึ่งติดอยู่ใต้ซากตึกถล่ม

หลักการของเรดาห์คือ อาศัยการสะท้อนกลับของวัตถุ หลังจากที่มีการกระทบของคลื่นเสียงในอากาศ เครื่องเรดาห์พิเศษชนิดซุปเปอร์โซนิก จะถูกตั้งโปรแกรมไว้ด้วยเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก เมื่อสัญญาณเสียงถูกส่งผ่านไปยังที่ใดตำแหน่งใด ถ้าสัญญาณดังกล่าวไปกระทบถูกเนื้อมนุษย์ หรือการตอบสนองอย่างแผ่วเบาของมนุษย์ เรดาห์ก็จะจับความสั่นสะเทือนพิเศษชนิดนั้นได้ และรายงานเข้าคอมพิวเตอร์ที่เตรียมพร้อมจะจดบันทึกอยู่ตลอดเวลา

ขนาดของเครื่องมือที่ว่านี้ ต้องไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป สามารถส่งสัญญาณออกไปได้ในระยะไกล ทุกทิศทางการส่งสัญญาณอย่างทั่วถึงในอาณาบริเวณที่เกิดอุบัติเหตุ ทำให้สามารถซากมนุษย์หรือมนุษย์ที่ยังมีลมหายใจที่ติดอยู่ใต้ซากตึกถล่มได้อย่างทันท่วงที

เนื่องจากหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้โดยตรงภายในประเทศญี่ปุ่น มีการฝึกซ้อมรับสถานการณ์ตึกถล่ม แผ่นดินไหว หรือภูเขาไฟระเบิดอยู่เนือง ๆ ทำให้เมื่อมีภัยธรรมชาติ หรืออุบัติเหตุเกิดขึ้นจริง จำนวนยอดผู้เสียชีวิตจะไม่สูงมากมายนัก หรือบางครั้งแทบไม่มีคนเสียชีวิตเลยแม้แต่คนเดียว ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เนื่องจากการทำงานที่ฉับไวของเจ้าหน้าที่และการพึ่งเครื่องมือไฮเทคยุคใหม่

เรดาห์ตรวจจับเนื้อมนุษย์นี้ ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งส่งผลให้การใช้งานเป็นไปอย่างราบเรียบ และสะดวกรวดเร็วมากกว่าเดิม



เมื่อเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ตึกถล่มที่เกิดขึ้นในบ้านเรา การช่วยเหลือชีวิตผู้ประสบภัย ยังใช้วิธีแบบชาวบ้าน คือ พยายามสังเกตว่ามีคนติดอยู่ใต้ซากตึกตรงไหนบ้าง อย่างดีก็ใช้วิธีตะโกนถาม ถ้าคนประสบภัยยังพอมีแรงหรือมีสติครบถ้วน ก็อาจจะเคาะตอบออกมา หรือหาวิธีอื่นใดที่จะส่งสัญญาณตอบออกมา เพื่อให้คนที่อยู่ด้านนอก ได้คิดหาทางช่วยเหลือต่อไป

แต่ถ้าคนที่ติดอยู่ใต้ซากตึก ไม่มีแรงพอหรือหมดสติไปแล้วล่ะ ชะตาชีวิตของเขาคงขาดไปตั้งแต่บัดนั้น ซึ่งถ้ามีการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าช่วยเหลือเชื่อแน่ว่า ชีวิตที่ยังมีลมหายใจอยู่นั้นคงไม่ต้องถูกฝังทั้งเป็นอย่างทรมาน

ในหลักการของเรดาห์ มนุษย์ได้ประยุกต์มาจากการส่งสัญญาณเสียงของค้างคาว เนื่องจากโดยปกติ ค้างคาวนั้นมีระบบประสาทรับการมองเห็นได้ไม่ใคร่ดีนักยิ่งในความมืด สายตาของค้างคาว ไม่มีประโยชน์อันใดทั้งสิ้น แต่ค้างคาวก็ได้รับความสามารถพิเศษจากธรรมชาติ คือ สามารถส่งสัญญาณเสียงคลื่นความถี่พิเศษออกมาได้อย่างประหลาด เมื่อสัญญาณดังกล่าวกระทบถูกวัตถุที่กีดขวางอยู่เบื้องหน้า ค้างคาวก็สามารถรับรู้ได้ก่อน และสามารถหลบหลีกวัตถุดังกล่าวได้ทันก่อนที่จะพุ่งชนวัตถุนั้น

เครื่องมือตรวยสอบเรดาห์แบบนี้ได้ถูกดัดแปลงไปใช้งานอย่างหลากหลายบ้างก็นำไปใช้ตรวจหาก้อนเนื้อแปลกปลอมหรือเซลล์แปลกปลอมในร่างกายของผู้ป่วยบ้างก็ถูกนำไปประยุกต์ใช้เป็นเครื่องมือตรวจหาปลา หรือแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำโดยทั่วไป

ล่าสุด ได้มีการดัดแปลงระบบเรดาห์ตรวจหาวัตถุให้เล็กลง โดยมีขนาดกะทัดรัดเล็กลงกว่าเดิม สามารถพกพาติตัวไปไหนต่อไหนได้ และที่สำคัญ สามารถพกพาลงไปใต้น้ำลึกที่มีแรงดันมหาศาลได้ถึง 400-600 เมตร ระบบเรดาห์อย่างธรรมดาได้ถูกพัฒนาให้กลายเป็นระบบโซนาร์เรดาห์ คือ มีความละเอียดอ่อนในการตรวจค้นหาวัตถุได้รวดเร็วและแม่นยำกว่าเดิม

การประยุกต์ใช้งานของเครื่องโซนาร์แบบนี้คือ การใช้ตรวจหานักประดาน้ำที่หมดสติขณะปฏิบัติงาน การค้นหาซากมนุษย์ที่เกิดอุบัติเหตุจากเรือแตกหรือเรืออับปาง รวมไปถึงการค้นหาตำแหน่งของทรัพยากรธรรมชาติ และตำแหน่งของภูเขาปะการังใต้ทะเลลึก

ซึ่งนอกจากขนาดที่กะทัดรัดจะเหมาะและสะดวกต่อการปฏิบัติงานใต้น้ำแล้วยังสามารถค้นหาตำแหน่งของวัตถุที่ต้องการได้ภายในเวลาสั้นอีกด้วย

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น