วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553

การคุมกำเนิด


ความคืบหน้าเกี่ยวกับการคุมกำเนิด



เชื่อหรือไม่ว่า ปัจจุบันเราแทบไม่ต้องพี่งพาวิธีการคุมกำเนิดอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากต่อไปนี้ ธรรมชาติจะทำหน้าที่คุมกำเนิดแทนเราโดยอัตโนมัติ

ลองย้อนกลับไปดูแนวความคิดในสมัยก่อน เหตุใดมนุษย์จึงต้องมีวิธีการคุมกำเนิด คำตอบก็คือ จำนวนประชากรมนุษย์โลกเพิ่มเร็วจนเกินไป เพิ่มจนน่าตกใจ เราจึงต้องหันมาใช้วิธีคุมกำเนิด เพื่อชะลออัตราการเพิ่มของประชากรมนุษย์ มิเช่นนั้นอาหารจะขาดแคลนลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากประชากรมนุษย์เพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ แต่อัตราเพิ่มจำนวนของอาหารเป็นไปตามปกติ คือจากหนึ่งเป็นสอง เป็นสาม เป็นสี่ ไปเรื่อย ๆ ดังที่ โธมัส มัลธัส ได้ตั้งทฤษฎีประชากรไว้ว่า

“การเพิ่มจำนวนของประชากรโลกจะเป็นการเพิ่มตามอันดับเรขาคณิต ในขณะที่อัตราการเพิ่มของปริมาณอาหารจะเป็นไปตามอันดับเลขคณิต”

นั่นคือ ถ้าประชากรมนุษย์เพิ่มมากเกินขีดจำกัด ปัญหาการขาดแคลนอาหารจะเกิดตามมาอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง

การคุมกำเนิด จึงเป็นกระบวนการสำคัญที่มีบทบาทในการอัตราการเพิ่มของประชากรมนุษย์อย่างได้ผล


 
ในวิธีการคุมกำเนิดที่นักวิทยาศาสตร์ และแพทย์ได้ช่วยกันคิดค้นขึ้นมีอยู่หลายวิธี อันได้แก่ การนับวันตามธรรมชาติ ยึดเอาวันมีประจำเดือนของเพศหญิงเป็นหลัก นับเจ็ดวันหน้าเจ็ดวันหลัง การสวมถุงยางอนามัย ในขณะมีเพศสัมพันธ์ การกินยาคุมกำเนิดการใส่ห่วงในมดลูก การฆ่าเชื้ออสุจิด้วยสารเคมี และที่ได้ผลที่สุดคือ การทำหมันถาวร เป็นการตัด หรือผูกท่อนำไข่ และตัดหรือผูกท่อนำอสุจิ

ถ้าพิจารณาถึงความสะดวก และความปลอดภัยในการคุมกำเนิด วิธีการสวมถุงยางอนามัยขณะมีเพศสัมพันธ์นับได้ว่าเป็นวิธีการที่ดีและได้รับความนิยมสูง


 
ด้วยว่าถุงยางอนามัย หาซื้อง่าย ใช้ไม่ยุ่งยากนัก เสร็จกิจก็ทิ้งไป แต่ก็ยังมีปัญหาจุกจิกกวนใจขึ้นมาจนได้

ปัญหาที่ว่านี้ เกิดขึ้นจากกระบวนการผลิต ทำให้ถุงยางอนามัยไม่มีคุณภาพพอ อาจจะมีการแตกหรือฉีกขาดขณะมีเพศสัมพันธ์ ถ้าเป็นอย่างนั้น การคุมกำเนิดก็ไม่ได้ผล และอาจทำให้เกิดการติดเชื้อกามโรคหรือโรคเอดส์ได้อีกด้วย


 
มีผู้ชายจำนวนมากบอกว่าถุงยางเป็นประตูบานใหญ่ที่คอยกั้นขวางความสุขทางเพศที่แท้จริงมิให้เกิดขึ้น ถุงยางทำให้รสชาติทางเพศที่ควรพบได้ขาดหายไปโดยสิ้นเชิง ผู้ชายอีกส่วนหนึ่ง จึงปฏิเสธการใช้ถุงยางขณะมีเพศสัมพันธ์ตลอดเวลา ด้วยเหตุผลที่ว่า ต้องการดื่มด่ำอรรถรสทางเพศอย่างแท้จริง

อันเนื่องมาจากวัสดุที่ใช้ในการผลิตถุงยาง คือยางที่ทำมาจากต้นยาง ยางพวกนี้มีความเหนียวและหนา คนที่ไวต่อความรู้สึกจึงอึดอัดและไม่ชอบ เหมือนไม่เป็นธรรมชาติ และที่สำคัญบางคนถึงกับมีอาการแพ้ถุงยางอนามัยอย่างรุนแรง

นักวิทยาศาสตร์และนักประดิษฐ์ค้นคว้า ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในข้อนี้ดี จึงพยายามแสวงหาวัสดุอื่นมาใช้ในการผลิตถุงยางอนามัย แทนยางเหนียวในรูปแบบของกาวลาเท็กซ์ในปัจจุบัน


วัสดุที่ค้นพบใหม่ คือ สารโพลียูรีเทน นั่นเอง จากการค้นคว้าวิจัยถึง 6 ปีเต็ม ด้วยเงินทุนวิจัยมากกว่า 13 ล้านปอนด์ ทำให้นักวัสดุศาสตร์สามารถผลิตถุงยางอนามัยแบบใหม่ที่มีจุดเริ่มต้นเป็นสารโพลียูรีเทนขึ้นมาเป็นผลสำเร็จ ถุงยางอนามัยแบบใหม่นี้ มีความบางมากกว่า ทนทานกว่า และเป็นธรรมชาติมากกว่าถุงยางแบบเดิมที่ผลิตจากลาเท็กซ์

ทั้งหมดนี้คือความก้าวหน้าของถุงยางอนามัย ที่เราสามารถใช้ในการคุมกำเนิดและป้องกันกามโรคได้ดีในระดับหนึ่งอย่างน้อยคุณผู้ชายทั้งหลายก็จะได้ไม่ต้องบ่นต่อไปว่า “ไม่เป็นธรรมชาติ”

แต่บางทีในอนาคตเราอาจไม่ต้องพึ่งถุงยางอนามัยอีกแล้วก็ได้ เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมลงอย่างทุกวันนี้มีผลไปบั่นทอนคุณภาพในการแหวกว่ายไปเจาะไข่ของตัวอสุจิและทำให้จำนวนตัวอสุจิในน้ำกามลดลงอย่างรวดเร็ว

ขอยืนยันว่า ความเลวร้ายของสภาพมลพิษ มีผลสำคัญในการลดคุณภาพของอสุจิ ไม่ให้สมบูรณ์และแข็งแรงมากพอจะแหวกว่ายไปผสมกับไข่ได้


 
แต่เดิมจากการวิจัยของนักวิทยาศาสตร์พบว่าในปี 1940 เพศชายมีอัตราเฉลี่ยของอสุจิประมาณ 110 ล้านตัวต่อมิลลิลิตรและเมื่อได้ทำการวิจัยอย่างต่อเนื่อง ผลปรากฏว่า ในปี 1990 เป็นต้นมา เพศชายทั่วโลกมีอัตราเฉลี่ยของอสุจิลดลงเหลือเพียง 65 ล้านตัวต่อมิลลิลิตร ในเวลาห่างกันห้าสิบปี อัตราเฉลี่ยของอสุจิในเพศชายลดลงกว่าครึ่ง เป็อัตราที่น่าแปลกใจมาก

และจากการค้นคว้าของนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลก ต่างลงความเห็นที่สอดคล้องต้องกันว่า เหตุที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องมาจากสภาพความเสื่อมโทรมของธรรมชาติ และการใช้สารเคมีอย่างพร่ำเพรื่อของมนุษย์ ทำให้สารเคมีเหล่านั้นปนเปื้อนอยู่ทั่วโลก ทั้งในอากาส ในน้ำ และในดิน

ผลดังกล่าว ทำให้อสุจิไม่แข็งแรงพอที่จะเคลื่อนไปผสมกับไข่ทำให้เกิดตัวอ่อนขึ้นมาได้

สารตะกั่ว คาร์บอนมอนอกไซด์ ไนโตรเจนออกไซด์ ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ โอโซน แอสเบสทอส สารเหล่านี้ ล้วนมีผลกระทบในการเพิ่มปริมาณของอสุจิในน้ำกามทั้งสิ้น

ประมาณการกันว่า ถ้าสภาพแวดล้อมยังเลวร้ายอยู่เช่นนี้จำนวนอสุจิในน้ำกามของเพศชายจะลดลงมากกว่าที่เป็นอยู่… ส่งผลให้ประชากรมนุษย์มีลูกยากกันมากขึ้น ในปัจจุบันนี้ก็มีแนวโน้มเด่นชัดแล้วว่า คนรุ่นใหม่มีลูกยากกันมากขึ้นกว่าเดิมอย่างชัดเจน

นักวิทยาศาสตร์จำนวนหนึ่งได้ตระหนักถึงผลกระทบในด้านนี้จึงได้ผลิตเครื่องมือที่ใช้ทดสอบความสมบูรณ์ของอสุจิขึ้นมาเครื่องมือที่ว่านี้จะใช้คุณสมบัติในการใช้ออกซิเจนของอสุจิเป็นตัวทดสอบความสมบูรณ์แข็งแรงของอสุจิ ถ้าอสุจิไม่แข็งแรงมีอยู่มาก การใช้ออกซิเจนจะเกิดขึ้นน้อย แถบสีของเครื่องมือจะยังคงเป็นสีม่วงเข้มเหมือนเดิม

แต่ถ้าอสุจิมีความแข็งแรงมาก มีการใช้ออกซิเจนเกิดขึ้นมาก แถบสีของเครื่องมือจะเปลี่ยนแปลงจากสีม่วงเข้มเป็นสีชมพูจาง ๆ นั่นแสดงว่า คุณยังมีโอกาสใช้คาถา “เสกคนเข้าท้อง” ได้อีกนานแสนนาน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น