วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2553

วิทยาการโลกสวย

วิทยาการโลกสวย



ในขณะที่เทคโนโลยีกำลังก้าวหน้าไปมาก สิ่งที่กำลังถดถอยเป็นปฏิภาคกลับกับเทคโนโลยี คือ เรื่องของสิ่งแวดล้อม

นับตั้งแต่มนุษย์โลกรู้ตัวว่า สิ่งแวดล้อมบนโลกถูกทำลายไปมาก ทำให้มนุษย์โลกเริ่งตื่นตัวและหันมาอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น และเกือบจะสายไปเสียด้วยซ้ำ แต่ก็นับว่ายังดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย …มัวแต่เฝ้าดูการทรุดโทรมของสภาพแวดล้อมด้วยหัวใจหดหู่แต่เพียงอย่างเดียว

การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ถือเป็นหัวใจสำคัญในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เนื่องจากถ้ามนุษย์โลกต่างพากันโหมใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่มีแบบแผน วันหนึ่งทรัพยากรธรรมชาติที่จำเป็นก็จะหมดไปจากโลก จนไม่เหลืออะไรทิ้งไว้ให้มนุษย์รุ่นหลังได้ใช้กันอีกเลย

แผนการพัฒนาสิ่งแวดล้อมบนโลกได้เริ่มต้นขึ้นอย่างทุลักทุเล โดยต่างคนต่างคิดต่างคนต่างทำ ส่วนใหญ่มักจะพึ่งพาเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการช่วยฟอกสิ่งแวดล้อมให้สะอาดมากขึ้นกว่าเดิม แต่ต่างลืมคิดถึงผลพวงที่ตามติดมาหลังจากได้ใช้เทคโนเลยีเข้าช่วย มีบางโครงการที่สกปรกมากขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากเทคโนโลยีที่ใช้ในการฟอกสิ่งแวดล้อมไม่สมบูรณ์ดีพอ กากของเสียที่เหลือจากโครงการพัฒนาสิ่งแวดล้อมจึงกลับกลายมาเป็นขยะของโลกชิ้นใหม่ที่ยากต่อการทำลาย


 
ขยะบนโลกของเราทุกวันนี้ทวีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกวัน และทำท่าว่าจะพอกพูนมากขึ้นเรื่อย ๆ ตราบที่มนุษย์ยังใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ อย่างฟุ่มเฟือยอยู่เช่นปัจจุบันนี้

จุลินทรีย์ประเภทเชื้อรา แบคทีเรีย หรือไวรัสที่ช่วยในการย่อยสลายขยะและสิ่งปฏิกูล ไม่อาจย่อยสลายสารดังกล่าวได้ทันความรุนแรงของการทับถมของขยะและของเสียจึงทวีคูณมากขึ้นเรื่อย ๆ จนบางครั้งคนบนโลกก็ไม่อยากคิดถึงผลพวงที่จะตามมาในอนาคต

โครงการสร้างความสะอาดบนโลกจึงเริ่มต้นขึ้นหลายต่อหลายโครงการ โดยมุ่งเน้นเฉพาะการทำความสะอาดโลก โดยไม่ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่เข้าช่วยแต่จะใช้แรงงานคนและวิธีที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด

ใครเลยจะนึกถึงว่า โครงการที่ว่านี้เริ่มต้นครั้งแรกในประเทศออสเตรเลียและส่งผลดีจนเห็นได้ชัดเจน จึงทำให้โครงการขยายกว้างออกมากขึ้นทุกทีจากหนึ่งเป็นสอง เป็นสี่ และเกือบทั่วโลกแล้วเริ่มหันมาสนใจการทำงานสะอาดโลกด้วยวิธีง่ายดาย


เหตุนั้นเริ่มต้นจากมีนักธุรกิจเสื้อผ้าส่งออกแห่งออสเตรเลียคนหนึ่ง ซึ่งมีงานอดิเรกเป็นนักขับเรือตัวยง เขาชอบขับเรือเล่นในทะเลเป็นประจำทุกสัปดาห์ สิ่งที่เขาสังเกตพบขณะกำลังขับเรือก็คือ ขยะที่ลอยฟ่องเต็มทะเล ขับเรือไปตรงไหนก็หลีกหนีไม่พ้น นั่นคือภาพแห่งความสกปรกและน่าเบื่อหน่ายที่สุดนับตั้งแต่เขาเคยเห็นมา

เขาเกิดความคิดที่ว่าต้องการกำจัดขยะนั้นออกไปให้พ้นจากผิวหน้าทะเลให้หมด เมื่อคนอื่นได้ยินความคิดของเขาต่างพากันหัวเราะด้วยความตลกขบขันเสียเต็มประดา ไม่มีใครเชื่อว่าเพียงแค่แรงงานคนธรรมดาจะสามารถกำจัดขยะให้หมดไปจากผิวหน้าน้ำทะเลได้ เป็นเรื่องในนิยานเพ้อเจ้อมากกว่าที่จะเป็นเรื่องจริง

แต่นักธุรกิจเสื้อผ้ามิได้หยุดอยู่เพียงแค่นั้น เขาเริ่มปลุกระดมความคิดของเพื่อน ๆ เพียงไม่กี่คนให้เห็นด้วยกับความคิดของเขา เขาเพิ่งรู้แน่ชัดในเวลานั้นเองว่า การเปลี่ยนความคิดของคนอื่นให้มาคิดเหมือนกับตัวเองนั้น ช่างเป็นเรื่องยากเสียเต็มประดา

แต่… ความพยายามย่อมนำมาซี่งความสำเร็จ เขาสามารถรวบรวมพลพรรคได้กลุ่มหนึ่ง และพลพรรคกลุ่มนี้เองที่ช่วยกันออกรณรงค์ป่าวประกาศให้คนทั่วเมืองซิดนีย์เล็งเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อม และหันมาร่วมมือร่วมแรงในการพัฒนาสภาพแวดล้อม โดยใช้แรงงานคนแต่เพียงอย่างเดียว ไม่หวังพึ่งเทคโนโลยีใด ๆ

เขาเพิ่งรู้แน่ชัดในเวลานั้นเองว่า การเปลี่ยนความคิดของคนอื่นให้มาคิดเหมือนกับตัวเองนั้น ช่างเป็นเรื่องยากเสียเต็มประดา

แต่… ความพยายามรวบรวมพลพรรคได้กลุ่มหนี่ง และพลพรรคกลุ่มนี้เองที่ช่วยกันออกรณรงค์ป่าวประกาศให้คนทั่วเมืองซิดนีย์เล็งเห็นความสำคัญของสิ่งแวดล้อม และหันมาร่วมมือร่วมแรงในการพัฒนาสภาพแวดล้อม โดยใช้แรงงานคนแต่เพียงอย่างเดียว ไม่หวังพึ่งเทคโนโลยีใด ๆ


 
เป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ ที่ชาวเมืองจำนวนสี่หมื่นกว่าคน สามารถเก็บขยะได้จำนวนถึง ห้าพันตัน ภายในเวลาไม่นานนัก… ทั้งบริเวณริมหาดและบนผิวน้ำทะเล ซึ่งแรกเริ่มนั้น มีการคาดเดาประมาณการไว้ว่า การเก็บขยะด้วยแรงงานคน คงเก็บได้ไม่ถึงหลักพันด้วยซ้ำ อาจจะเพียงแค่ร้อยถึงห้าร้อยต้นเป็นอย่างมาก

มีคนจำนวนหนึ่งเสนอให้ใช้เทคโนโลยีบางอย่างเข้าช่วยในการเก็บขยะ แต่ก็มีพวกหัวหอกคอยจนถึงที่สุดผลสุดท้าย การใช้แรงงานคนอย่างเดียวก็เป็นฝ่ายชนะ

มนุษย์ส่วนใหญ่มักประมาทแรงงานของตัวเอง แต่ชอบเว้าวอนให้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทช่วยยกกระดับชีวิตของตนแทบทุกประการ เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงแนวความคิด มนุษย์เองก็มิอาจรับแนวคิดใหม่ของตัวเองได้ ยังติดยึดในการพึ่งพาเทคโนโลยีอย่างบ้าคลั่งและรุนแรง แต่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาสภาพแวดล้อมอย่างจริงจัง หัวหอกของการปฏิวัติสิ่งแวดล้อมก็ได้พิสูจน์ให้คนอื่น ๆ เห็นแล้วว่า สิ่งที่อยู่เหนือเทคโนโลยีนั้นคือการร่วมใจอย่างแท้จริงของผู้คนนั่นเอง

โครงการทำความสะอาดโลกได้ขยายจากถนนสู่ถนน เมืองสู่เมือง เริ่มขยายวงกว้างเป็นระดับประเทศ และสุดท้ายก็ขยายไปสู่ระดับโลกในที่สุด

มีองค์กรต่าง ๆ เสนอตัวเข้าร่วมทำความสะอาดโลกด้วยแรงงานมนุษย์จำนวนทั้งหมดเจ็ดพันกว่าองค์กร จาก 80 ประเทศทั่วโลก นับว่ามากมายพอดู

ความสำเร็จทุกครั้งที่ทุกคนคาดไม่ถึงคือ ไม่มีใครเชื่อว่าการใช้เพียงมือมนุษย์ โดยปราศจากการพี่งพาเทคโนโลยี จะทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นกว่าเดิมอย่างมากมาย

ตอนนี้องค์กรต่าง ๆ เริ่มหันมาสนใจวิธีการนี้อย่างจริงจัง ทำให้เกิดการประชุมเพื่อหาข้อยุติให้วงกว้าง ว่าถึงเวลาแล้วหรือยัง ที่มนุษย์จะอนุรักษ์สภาพแวดล้อมด้วยวิธีธรรมดาที่ไม่ยุ่งยากซับซ้อนอะไรนัก เพียงแต่การช่วยเหลือกันคนละนิดคนละหน่อย ก็สามารถช่วยให้สภาพแวดล้อมพัฒนาได้แล้ว

จากจำนวนคนเพียงหยิบมือกลายมาเป็นจำนวนหลายร้อยล้านคน ที่มีความตั้งใจจริงในการพัฒนาสภาพแวดล้อมเป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินกว่าใครเลยจะคาดคิดมาก่อน

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น