มหันตภัยนอกพิภพ
นอกจากในอวกาศจะมีดาวเคราะห์ดาวฤกษ์ที่วนเวียนและเรียงรายอยู่เต็มไปหมดแล้ว ห้วงอวกาศอันกว้างใหญ่ไพศาล ยังประกอบด้วยดาวหางและอุกกาบาตมากมายอีก… ถ้าดาวหางและอุกกายบาตเหล่านั้นอยู่นิ่ง ๆ เฉย ๆ คงไม่ทำให้มนุษย์โลกต้องเดือนเนื้อร้อนใจแต่อย่างใด ท่าท างไม่ได้เป็นอย่างนั้น ดาวหางและอุกกาบาตจำนวนมากกำลังเคลื่อนที่ และที่สำคัญ มันกำลังเคลื่อนที่มายังโลกของเราเสียด้วย
อ่างลึกขนาดตึก 60 ชั้น กว้างขนาดสนามฟุตบอลมาตรฐาน 20 สนาม ได้บังเกิดขึ้นอยู่กลางพื้นที่อันกว้างใหญ่ไพศาลของรัฐแอริโซนา นักวิทยาศาสตร์และนักดาราศาสตร์ต่างพากันสงสัยว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร และมีความเป็นมาอย่างไรกันแน่… ในเมื่อสงสัย การพิสูจน์ทดลองก็จึงได้บังเกิดขึ้น
ความสงสัยนี้ นักวิทยาศาสตร์ประจำนาซาได้ตั้งสมมุติฐานว่า น่าจะมีสาเหตุมาจากอุกกาบาตหรือไม่ก็เศษดาวหางจากนอกโลก ได้เคยพุ่งมาชนโลกครั้งหนึ่ง นานมากแล้ว และจากการทดลองด้วยการยิงปืนไรเฟิลลงบนพื้นดินสมมุติในห้องปฏิบัติการ ภาพของพื้นดินที่เปลี่ยนแปลงไป มีสภาพเหมือนกับอ่างลึกในธรรมชาติบนพื้นกว้างที่แอริโซนาทุกประการ
นักวิทยาศาสตร์จึงเบนประเด็นเดิมว่าเป็นการกระทำของมนุษย์ต่างดาว หรือไม่ก็มนุษย์โลกมาเป็นการกระทำของอุกกาบาตหรือดาวหางแทนและเชื่อว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นมากกว่าเหตุผลอื่นใด
ปัจจุบันยังสามารถค้นพบเศษหิน เศษโลหะนอกโลกได้จากบริเวณหลุมกว้างนั้น ตรงประเด็นนี้น่าจะยืนยันได้ว่า มีการแตกกระจายของดาวหางหรืออุกกาบาตอย่างรุนแรง และสะเก็ดที่แตกนั้นได้กระจายออกไปทุกทิศทุกทาง เป็นเศษเล็กเศษน้อยกระจายอยู่ทั่วบริเวณดังกล่าว
นักวิทยาศาสตร์ได้ลงความเห็นต้องกันว่าโลหะส่วนใหญ่จากนอกโลกนั้นเป็นโลหะพวกเมททิโอไรท์ มีขนาดกว้างโดยเฉลี่ยประมาณ 45 เมตร ความเร็วของการตกกระทบพื้นโลกประมาณ 50,000 ไมล์ต่อชั่วโมง เหตุการณ์ดังกล่าวนี้ น่าจะเกิดขึ้นมาประมาณ 50,000 ปีมาแล้ว โดยคำนวณได้ว่ามีโลหะจำนวนประมาณ 300 ล้านตันฟุ้งกระจายอยู่ทั่วบริเวณ
ประมาณการได้ว่าการตกของสะเก็ดอุกกาบาตหรือดาวหางนี้ น่าจะเกิดขึ้นพอ ๆ กับช่วงระยะเวลาที่ไดโนเสาร์เกิดการสูญพันธุ์โดยคาดคะเนว่า การตกนี้อาจมีผลต่อการสูญพันธุ์ของเหล่าไดโนเสาร์ด้วย
โลหะอีกชนิดที่พบในบริเวณดังกล่าวเป็นพวกแร่อิริเดียม ซึ่งบางส่วนมีซากฟอสซิลติดอยู่แสดงให้เห็นข้อเท็จจริงได้ชัดเจนอย่างหนึ่งว่า… อุกกาบาตหรือดาวหางนี้ น่าจะตกมายังโลกนานแล้ว จึงทำให้มีร่องรอยซากฟอสซิลโบราณปรากฏเด่นชัด
นอกจากจะทำให้พวกไดโนเสาร์สูญพันธุ์ไปแล้ว ยังอาจมีผลทำให้สัตว์โบราณอื่น ๆ ในโลกขณะนั้นสูญพันธุ์ไปอีกด้วย
ความคิดดังกล่าวนี้โยงใยมาถึงความเป็นไปของมนุษย์ชาติในปัจจุบัน เพราะจากการคำนวณของนักวิทยาศาสตร์และนักดาราสตร์ เชื่อกันว่าเหตุการณ์ตกของหินอุกกาบาตหรือดาวหางนิ้ อาจจะเกิดขึ้นกับโลกมนุษย์อีก ในเวลาไม่นานนัก และถ้าเกิดขึ้นจริง ก็จะก่อให้เกิดภัยพิบัติใหญ่หลวงต่อมนุษย์ชาติอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นักวิทยาศาสตร์จำนวนมากได้ระดมมันสมอง เพื่อหาทางป้องกันและยับยั้งภัยพิบัติอันใหญ่หลวงนี้อย่างเร่งด่วนเพื่อป้องกันเหตุร้ายอันอาจเกิดขึ้นจริง โดยมีศูนย์บัญชาการอยู่ที่หอดูดาว พาร์ โลมา ใกล้เมืองซานดิเอโก
กล้องถ่ายภาพทันสมัยได้ถ่ายภาพและบันทึกวิถีวงโคจรของดาวหาง และติดตามการเคลื่อนไหวของอุกกาบาตใกล้รัศมีของโลกอย่างใกล้ชิด โดยตั้งเป้าไปยังวัตถุนอกโลกที่คาดว่าจะมีผลกระทบต่อโลกอย่างเป็นไปได้สูง คำนวณหาระยะทางที่แน่นอนเพื่อหาทางกำจัดเสียกแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่จะมันจะพุ่งเข้ามาชนโลกอย่างแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว
จากกล้องถ่ายภาพอย่างธรรมดา ทุนที่เพิ่มมากและการปรับปรุงระบบถ่ายภาพของกล้องดูดาว ทำให้สามารถบันทึกวงโคจรของดาวหางได้จำนวนมากขึ้นและรวดเร็วขึ้น ข้อมูลที่ได้จากการบันทึกนับว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะจะนำไปใช้การหาทางป้องกันวิถีทางโคจรของสิ่งแปลกปลอมนอกโลกเหล่านั้นต่อไปในอนาคต
การป้องกัน คือ ตรวจจับทิศทางวงโคจรของดาวหางเหล่านั้นให้แน่นอน เพื่อส่งจรวดมิดไซล์ ขึ้นไปทำลายในแนวทางที่แน่นอนหรือไม่อย่างนั้น อาจจะปล่อยยานอวกาศนำระเบิดนิวเคลียร์สขึ้นไปติดตั้ง เพื่อระเบิดให้สิ่งแปลกปลอมนอกโลกนั้นเปลี่ยนทิศทางการโคจรให้ห่างออกไปจากวงโคจรของโลกให้มากที่สุด
ปัญหาที่ตามมา คือ ต้องมีการเตรียมการนานมาก เพราะถ้ารู้ล่วงหน้าว่าอุกกาบาตหรือดาวหางดวงไหนจะพุ่งเข้าชนโลกในเวลากระชั้นชิดการเตรียมการอย่างฉุกละหุกจะทำให้เสียแผนและไม่ทันการอาจทำให้เกิดโศกนาฏกรรมขึ้นได้จริง ๆ
รวมไปถึงอาวุธที่คิดค้นได้ในขณะนี้ มีประสิทธิภาพทำลายสิ่งแปลกปลอมจากอวกาศได้เพียงขนาดเล็กเท่านั้น ถ้าใหญ่กว่านั้น อาวุธไม่สามารถทำลายได้ ผลลัพธ์ก็ยังคงเหมือนเดิมคือโลกจะได้รับผลกระทบจากสิ่งแปลกปลอมนอกโลกอย่างแน่นอน
และปัญหาสำคัญที่สุดคือเงินทุนสำหรับงานวิจัยนี้ยังมีไม่พอ ไฮเทคแต่ไม่ไฮทุนก็แย่เหมือนกันครับ




ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น