วันอังคารที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2553

เกล็ดแก้วแววใส

เกล็ดแก้วแววใส



มนุษย์โลก เริ่มหันมาสนใจและห่วงใยสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโลกหมุนไปเร็วมากเท่าไร ความเป็นโลกานุวัตรของโลกเพิ่มมากขึ้นเท่าไร สภาพแวดล้อมยิ่งน่าสนใจและห่วงใยมากขึ้นเท่านั้น


 
ความเสื่อมโทรมลงของสภาพแวดล้อม มีพื้นฐานส่วนใหญ่มาจากการทำลายล้างของมนุษย์ด้วยกันเอง มนุษย์คือศัตรูตัวฉกาจของสภาพแวดล้อม มนุษย์มีความเหิมเกริมและก้าวร้าวมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ยิ่งหยิ่งผยองในตัวเองมากขึ้นเท่าใด สภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ จะยิ่งถูกเผาผลาญให้หมดไปโดยเร็วมากขึ้นเท่านั้น

การชะลอการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ คือเป้าหมายหลักในการพิทักษ์โลกให้น่าอยู่มากขึ้น ถ้าชาวโลกรู้จักอนุรักษ์พลังงาน และทรัพยากรธรรมชาติไว้ได้มากเท่าไร พวกเราก็จะมีพลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ สำหรับการใช้งานได้ตราบนานเท่านาน

การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและพลังงาน คือ แนวทางสำคัญในการพิทักษ์ให้โลกคงอยู่ในสภาพสมดุล ระบบนิเวศน์จะไหลเวียนไปอย่างราบรื่นและต่อเนื่อง สิ่งมีทั้งหลายบนโลก จะสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้ โดยมีสภาพความสมดุลอันต่อเนื่องมารองรับตลอดเวลา


 
วิธีการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในปัจจุบัน จึงมุ่งเน้นการกลับคืนและใกล้ชิดธรรมชาติให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ มนุษย์ที่รับรู้ถึงปัญหาสภาพแวดล้อมที่เสื่อมโทรมลงอย่างรวดเร็ว รู้ซึ้งแล้วว่าเราไม่อาจทำให้สภาพแวดล้อมบนโลก กลับคืนสู่สภาพเดิมได้โดยสมบูรณ์ แต่เราสามารถชะลอความเสื่อมโทรมลงได้ โดยอาศัยหลักการปฏิบัติร่วมกัน 4 ประการคือ


การนำกลับมาใช้ใหม่ (RECYCLE)

การใช้แล้วใช้ซ้ำ (RUYE)

การซ่อมแซมให้กลับดีดังเดิม (REPAIR)

การลดปริมาณการใช้งาน (REDUCE)

การนำกลับมาใช้ใหม่ หรือสภาพการรีไซเคิล คือหัวใจหลักของการประหยัดทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องจากเป็นการใช้วัสดุทั้งหลายที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่ามากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้

ถ้าเศษวัสดุทิ้งแล้ว หรือพวกของเหลือใช้ ถูกนำกลับมาใช้ใหม่อย่างสมบูรณ์…นั่นหมายความว่าเราสามารถรักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้ได้เต็มที่ แม้จะมีบางส่วนที่สูญหายไป ก็นับเป็นเพียงส่วนน้อยนิด ที่มิได้มีผลกระทบต่อปริมาณทรัพยากรธรรมชาติ ที่มีอยู่แต่อย่างใด


เศษแก้ว เศษโลหะ พลาสติก กระดาษ โฟม ยางหรือวัสดุอีกหลากหลาย จำนวนมาก ถูกนำกลับมาใช้ใหม่ โดยกระบวนการเปลี่ยนแปลงรีไซเคิล ทำให้เราสามารถประหยัดวัตถุดิบ เริ่มต้นที่มีคุณค่าได้จำนวนมหาศาล

แม้กระดาษที่ผ่านกระบวนการรีไซเคิล จะไม่ขาวสะอาด หรือเรียบมันเหมือนใหม่ แต่เราก็สามารถใช้งานกระดาษเหล่านั้นได้ดีสมคุณค่า

เราต้องใช้เศษโลหะเก่าจำนานมาก มาหลอมรวมกันใหม่เพื่อหล่อให้ได้โลหะชิ้นใหม่ขึ้นมา ซึ่งถึงแม้มันจะไม่วาววับจับตาเหมือนเดิม เราก็ยังใช้งานโลหะพวกนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพฃ

เรื่องราวที่น่ายินดีเรื่องหนึ่ง คือ นอกเหนือจากการรีไซเคิลแก้วแล้ว ปัจจุบันนี้เรายังสามารถนำเทคโนโลยีใหม่เข้าประยุกต์ และปรับปรุงเศษแก้ให้มีคุณภาพเหนือกว่าของเดิมได้อีกด้วย


 
การหลอมแก้วให้รวมเข้าด้วยกัน เพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง เป็นเพียงเทคโนโลยีเก่าแก่ ที่ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่และแลดูแตกต่างมากนัก

แต่การป่นแก้วให้ละเอียด จนเป็นเม็ดขนาดธุลีที่เรียกว่า GLASSSAND นั้น สามารถนำกลับมาใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ มากเกินกว่าคาดคิดหลายเท่า

อาทิ การใช้แก้วตัดวัสดุแข็งแกร่ง การขัดผิวหินด้วยแก้ว การทำไส้กรองน้ำ การพ่นผงแก้ว ดังกล่าว เพื่อตกแต่งให้เป็นลวดลาย ฯลฯ

การจะทำให้แก้วมีขนาดเล็กอย่างที่กล่าวได้ ต้องอาศัยเทคโนโลยีก้าวหน้าเข้าช่วย ซึ่งผู้ริเริ่มเรื่องดังกล่าวนี้คือ กลุ่มพิทักษ์สิ่งแวดล้อมที่เรียกตัวเองว่า VITRESUS ENVIRONMENTAL GROUP (VEG)


 
พวกเขาได้คิดค้นและร่วมมือกันสร้างเครื่องบดแก้วที่เรียกว่า GLASS-BLASTER ขึ้น โดยเครื่องมือดังกล่าวสามารถบดขวด หรือแก้วที่ใช้แล้ว ให้เป็นผงละเอียดยิ่งกว่าเม็ดทราย เพียงแต่ใส่แก้วที่ต้องการบดลงในเครื่อง และกดปุ่มเท่านั้น เครื่องก็จะทำงานบดแก้วที่ใส่ลงไปให้กลายเป็นเศษแก้วได้ตามต้องการ

แต่เดิมการทำแก้วนั้น เราต้องเริ่มกระบวนการทั้งหมดด้วยทรายบริสุทธิ์

ปัจจุบันนี้ ไม่ต้องอาศัยทรายบริสุทธิ์เหล่านั้นแล้ว เพียงขอให้มีแก้วใช้แล้วกลับคืนมาเพียงพอสำหรับความต้องการ เครื่องบดแก้วจะบดให้แก้วใช้แล้วกลายเป็นผงละเอียดหลังจากนั้นผงละเอียดที่เป็นแก้วจะถูกนำไปดัดแปลงให้แปรสภาพเพื่อใช้งานให้เหมาะสมและมีประสิทธิ์ภาพต่อไป

มีคนนำเอาแก้วละเอียดไปผสมกับสีหรือคอนกรีต เพื่อทำให้เกิดประกายแวววาว บ้างก็นำไปเป็นองค์ประกอบของกระเบื้องมุงหลังคา ทำไส้กรองน้ำ ทำเป็นวัสดุสำหรับใช้ในการตกแต่งบ้านตกแต่งทางเดิน สุดแท้แต่ใครจะคิดและสรรหา นั่นเป็นเรื่องปลีกย่อย นานาจิตตัง

ความนิยมสำหรับการใช้เครื่องบดแก้วในโรงงงานอุตสาหกรรม ได้ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และคาดว่าจะแพร่หลายมากขึ้นในเวลาอันใกล้นี้

สิ่งที่นักวิทยาศาสตร์มุ่งหวังกันมาก จากการประดิษฐ์เครื่องมือนี้ขึ้นมาก็คือ การลดปริมาณการใช้ทรายแก้วจากแหล่งธรรมชาติ น่าจะลดลง

ขณะเดียวกัน ขยะขวดแก้วที่กองพะเนินเทินทึก คงจะลดลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากถูกนำมาบดอัดเป็นผงธุลีจนหมด…สุดท้ายราคาเครื่องแก้วก็จะลดลงอย่างน่าประหลาดใจ





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น